• Home

    เก้าอี้สนามและการจัดสวน

    การจัดสวน นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างดีและเป็นกิจกรรมที่ เรียกได้ว่า เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการหางานอดิเรก ซึ่งการจัดสวนนั้น สามารถช่วยคุณได้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น เรื่องการพักผ่อนหย่อนใจ หรืออื่นๆ และการเลือก เก้าอี้สนาม ให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการจัดสวน ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีอย่างมากเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่ผมคิดทำม้านั่งพร้อมพนักพิงนี้ขึ้นมา ก็เพราะม้านั่งของผมมักจะผุที่ขาก่อนเสมอ  เลยเกิดความคิดว่าน่าจะหล่อขาเป็นปูนซะเลยเพื่อให้คงทน แต่ก็มีปัญหามากมาย นับตั้งแต่การออกแบบ การยึดแผ่นไม้เข้ากับขาปูน ฯลฯ ก็พยายามแก้ไขปัญหา  แต่ก็ยังไม่ดีสมบูรณ์  กระทู้นี้คงพอเป็นแนวทางให้ท่านพัฒนากันต่อไป และก่อนอื่นขอออกตัวว่า ผมไม่ได้มีความรู้และทักษะทางช่างเลย ไม่ว่าจะเป็นช่างปูน  หรือช่างไม้ งานที่ออกมาจึงไม่ค่อยเรียบร้อย สวยงามและสมบูรณ์ แบบม้านั่งนี้ จะเน้นนั่งสบาย คือนั่งแล้วตัวจะเอนมาด้านหลังเล็กน้อย  พนักพิงสูง พิงสบาย  และที่นั่งสูงเพื่อให้นั่งห้อยขาได้ จะได้ออกกำลังขาด้วยการแกว่งขาได้ด้วย และบอกเลยว่า มันแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนนะ  บางคนติดทีวี ติดนั่งห้องแอร์  เค้าก็ไม่นึกอยากนั่งในสวน  เพราะในสวนไม่มีทีวีดู ไปนั่งแป็บ ๆ ก็เบื่อ  ส่วนเวลากินข้าวกะขนมเค้าก็นั่งกินตอนดูทีวีอยู่แล้ว เลยไม่เน้นไปนั่งในสวนเท่าไหร่ ถามตัวเราเองดีกว่า  ชอบทำอะไรในสวนบ้าง  อย่างเราชอบอ่านหนังสือ นอนเล่น ดื่มชากินขนม แล้วก็ชอบกินอาหารเช้าในสวน  ชอบจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างในสวน เป็นต้น เราคิดว่าเราน่าจะใช้เก้าอี้ในสวนคุ้ม เราเลยอยากมีมุมนั่งเยอะ ๆ ในสวน ลองสังเกตตัวเอง เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน  คุณชอบไปนั่งตรงสวนหรือส่วนโอเพ่นแอร์ หรือรีบดิ่งเข้าห้องแอร์ก่อนเลย  ก็จะพอได้คำตอบบ้างล่ะ ถ้าถามว่า สรุปแล้วนั้น เก้าอีสนาม นั้น เหมาะกับแบบไหนดีแล้วล่ะก็ ผมบอกได้เลยว่า เราว่าโต๊ะที่เหมาะกับกิจกรรมนอกบ้าน คือ โต๊ะหิน กับโต๊ะปูน บ้านเราใช้โต๊ะปูนดิบขัดมัน ทนฝนทนแดด สารพัดประโยชน์ทำความสะอาดง่าย นั่งเล่น กินบาร์บีคิว ตากหมอนผ้าห่ม ส่วนที่ร้านเราใช้โต๊ะหินอ่อน ก็เหมือนโต๊ะปูนใช้มาจะ 7 ปีแล้ว ราคา 2000+ แล้วแต่ขนาดดีไซน์ อันนี้เราสั่งกับร้านขายศาลพระภูมิแถวบ้านเพราะฟรีค่าส่ง และต่อรองได้ครับ

    Comments Off on เก้าอี้สนามและการจัดสวน
  • Home

    สไตล์การจัดสวนของแต่ละประเทศ

    การจัดสวนหรือการออกแบบสวนของเราเองนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม หรือ งานอดิเรก ที่ใครหลายๆคน ต่างให้การสนใจกันเป็นอย่างดี อย่างมากอีกด้วย โดยวันนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่า สไตล์การจัดสวนของแต่ละประเทศ นั้นมันจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยหลักการง่ายๆเลยก็คือ หลักการจัดสวนชาวตะวันออก  การจัดสวนของชาวตะวันออกส่วนใหญ่ใช้สีในการจัดสวน จะนิยมใช้กลุ่มสีที่เป็น สีเย็นหรือสีพื้น หรือใส่สีพื้นมากกว่าฉูดฉาด เพราะฉะนั้นลักษณะพืชพันธุ์ สิ่งของที่นำมาใช้ วัสดุมักจะเป็นสีพื้นๆ อยู่ได้นาน อย่างกลมกลืน ส่วนของ จัดสวนแบบตะวันตก เนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้างจะแปรปรวนง่าย สีที่ใช้ส่วนใหญ่ของพืชพันธุ์และวัสดุมักจะเป็นสีซ้อนและสีค่อนข้างจะฉูดฉาด เน้นค่าของสีต่อพื้นที่พื้นผิวที่ต่างกัน จะมีแปลงไม้ดอกสดใสมากมาย บอกได้เลยว่าถ้าเพื่อนๆ เป็นคนชอบจัดสวนอยู่แล้วล่ะก็ คงจะพอได้ไอเดียบ้างว่าจะจัดสวนแบบสไตล์ตะวันตก หรือ ตะวันออกดี ในส่วนของการจัดสวนแบบ แบบโรมัน นั้นการออกแบบจัดสวนแบบนี้จะให้ความสำคัญกับการปลูกไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม การใช้ประติมากรรมประกอบสวน การออกแบบสวนจะมีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในรูปของสระน้ำ บ่อน้ำ สร้างจุดเด่นด้วยรูปทรงน้ำพุ หรือแบบแบบอิตาลีหรือแบบฝรั่งเศส การจัดสวนแบบเป็นระเบียบได้มาถึงยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือในยุคเรเนสซอง ของอิตาลี โดยเริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 การออกแบบสวนของอิตาลีและฝรั่งเศสต่างก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และ ได้พยายามพัฒนาศิลปะการจัดสวนจนถำอได้ว่าเป็นยุคของการจัดสวนที่มีชื่อเสียงของชาวตะวันตก ชาวฝรั่งเศสได้พัฒนารูปแบบการจัดสวนแบบสมบูรณ์มากที่สุด พิถีพิถันทั้งในการออกแบบและการเลือกพันธุ์ไม้ตัดแต่งพันธุ์ไม้เป็นรูปทรง เป็นระเบียบแบบแผนที่กำหนด จุดเด่นคือ การสร้างความสมดุลของทัศนียภาพสวนโดยรวมมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ เช่นส่วนที่เป็นสวนผลไม้ เป็นน้ำตก น้ำพุ ที่ผักผ่อน การพัฒนารูปแบบการจัดสวน การจัดสวนตามตำรับแท้ดั้งเดิมนั้นมีกฎเกณฑ์ละเอียดซับซ้อน และประเทศจีนเป็นแม่แบบ ของการจัดสวนแบบธรรมชาติที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างละเอียด ผ่านการจำลองโดยใช้มาตราการย่อส่วนหรือมาตราส่วนเปรียบเทียบ จากธรรมชาติอันกว้างใหญ่ให้สมบูรณ์ลงตัวในพื้นที่ที่มีขนาดจำกัด มีการสมมุติการสรัางสัญญลักษณ์ นอกจาก นี้ยังแฝงไว้ซึ่งความเชื่อ ความศรัทธา ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เชื่อในโชคลาง และอิทธิพล ของธรรมชาติที่มีต่อวิถีชีวิตมนุษย์ การจัดสวนเป็นศิลปะที่ถ่ายทอดสืบเนื่องเป็นประเพณี กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ วัตถุทุกชิ้นก่อนการจัดวางนอกจากคำนึงถึงความสวยงาม เหมาะสมทางรูปทรงและสีสัน ตามหลักศิลปะแล้ว ยังสะท้อนถึงความคิดทางปรัชญาอีกด้วย

    Comments Off on สไตล์การจัดสวนของแต่ละประเทศ
  • Music

    แนวเพลงที่ควรเปิดในร้านกาแฟ

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันนี้ร้านกาแฟเป็นหนึ่งจุดมุ่งหมายประจำวันของใครหลายคนที่นอกจากจะไปดื่มกาแฟ เครื่องดื่มต่างๆแล้วยังเป็นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ นั่งทำงาน พบปะพูดคุยกับเพื่อน ลูกค้า ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ร้านกาแฟของคุณโดดเด่นและเป็นที่นั่งประจำของลูกค้าหลายคนนั้น นอกเหนือจากรสชาติกาแฟ เมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียม การตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์รวมไปถึงการบริการที่ดีเยี่ยมจากพนักงาน สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ บรรยากาศภายในร้านที่จะดึงดูดลูกค้าและทำให้ลูกค้าอยากที่จะสั่งเครื่องดื่มอีกสักหนึ่งแก้ว และหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้แก่ร้านได้อย่างดีเลยก็คือ เสียงเพลงภายในร้าน แนวเพลงในร้านกาแฟนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความโดดเด่น ตัวตนและความพิเศษร้านกาแฟของคุณ ทั้งนี้เจ้าของร้านหลายคนก็คิดว่าแล้วเราควรจะเปิดเพลงแนวไหนถึงจะดึงดูดใจและเข้ากับร้านของคุณมากที่สุด ทำให้ลูกค้าชอบและอยากจะนั่งไปเรื่อยๆ ซึ่งการเลือกแนวเพลงนั้นก็จะต้องขึ้นอยู่กับสไตล์ของร้านคุณ ที่จะต้องเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย คอนเซปของทางร้าน ที่จะทำให้ร้านของคุณตอบโจทย์ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น คุณสามารถที่จะสร้างบรรยากาศภายในร้านกาแฟของคุณด้วยเสียงเพลงตามที่ต้องการ ซึ่งอาจจะเป็นการเปิดเพลงแจ๊สแบบเบาๆ หรือเพลงอคูสติกเพราะๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย หรืออาจจะเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าด้วยแนวเพลงอคูสติคจังหวัดเร็วๆ สนุกสนาน ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่านอกเหนือจากลูกค้าที่ดื่มกาแฟและส่วนใหญ่เขาทำอะไรบ้าง บางคนเข้ามาทำงาน ก็อาจจะเปิดเพลงเบาๆที่สร้างแรงกระตุ้นแต่ไม่หนักจนเป็นการรบกวน หรือลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมานั่งพักผ่อน ชมวิว นั่งเพลินๆก็อาจจะเลือกเพลงบรรเลงแบบสบายๆ นอกเหนือจากนี้คุณก็สามารถที่จะเปิดเพลงตามช่วงอายุของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านกาแฟของคุณ ที่ถ้าหากร้านของคุณมีลูกค้าเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว ก็อาจจะเปิดเพลงที่ทันสมัย อยู่ในกระแส แต่ไม่เน้นสนุกสนานหรือหนักเกินไป แต่ถ้าหากลูกค้าของคุณอยู่ในวัยผู้ใหญ่หรือคนทำงานก็อาจจะเป็นเพลงคลาสสิคหรือเพลงเก่าๆฟังสบายๆก็ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก นอกจากแนวเพลงคลาสสิค เพลงบรรเลง เพลงอคูสติคที่มักจะเปิดภายในร้านกาแฟแล้ว แนวเพลงทั่วไปที่นิยมในร้านกาแฟนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแนวบอสซ่า ที่ช่วยผ่อนคลายลูกค้าในวันเร่งด่วนหรือวันที่แดดจ้าได้อีก หรืออาจจะเป็นแนวเพลงแบบอินดี้ ฟังเพลินๆสำหรับร้านกาแฟที่มีวัยรุ่น รวมไปถึงแนวเพลงแจ๊สสำหรับร้านกาแฟที่เปิดถึงช่วงเย็นๆ เพลงแจ๊สก็สามารถเข้ากับบรรยากาศเย็นสบาย ในช่วงกลางคืนได้เป็นอย่างดี แนวเพลงในร้านกาแฟนั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศดีๆให้แก่ร้านของคุณแล้วยังทำให้ร้านของคุณมีเอกลักษณ์และสไตล์เป็นของตัวเองอีกด้วย ซึ่งทางเลือกในการเปิดเพลงปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายทั้งในเว็บไซต์ Youtube.com หรือ แอปพลิเคชั่นเพลงบนมือถือที่นอกจากจะมีเพลลิสต์สำหรับร้านกาแฟแล้วยังฟรีลิขสิทธิ์ไร้ปัญหาภายหลังอีกด้วย

    Comments Off on แนวเพลงที่ควรเปิดในร้านกาแฟ
  • Home

    ควรรดน้ำต้นไม้ช่วงเวลาไหนดีที่สุด

    เรียกได้ว่าเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยอย่างมากเลยทีเดียวว่าควรที่จะรดน้ำต้นไม้ช่วงเวลาไหนดีที่สุด ที่จะทำให้ต้นไม้ของคุณได้รับการดูแลและเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ เพราะที่จริงแล้วน้ำเป็นเพียงองค์ประกอบอย่างหนึ่งของต้นไม้เท่านั้น เพราะกลไกในการทำงานของพืช จะต้องถูกกระตุ้นจากสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศ ความแห้งของอากาศ อุณหภูมิของอากาศ ลักษณะของพื้นดิน ความเข้มของแสงและอีกหลายปัจจัย ที่จะเป็นส่วนประกอบในการกำหนดช่วงเวลาที่ต้นไม้ต้องการน้ำนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรดน้ำต้นไม้จะมีอยู่ สองช่วงเวลาด้วยกัน คือช่วงเช้า และ ช่วงเย็น โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ การรดน้ำต้นไม้ช่วงเช้า 06.00 น. – 08.00 น. การรดน้ำต้นไม้ช่วงเช้าจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 06.00 – 08.00 น. ที่จะเป็นช่วงเวลาที่มีแสงแดดอ่อนๆ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการรดน้ำต้นไม้ตามลักษณะวงจรของพืช โดยต้นไม้หรือพืชนั้นก็จะมีวงจรชีวิตที่คล้ายกับมนุษย์ที่พอเริ่มต้นวันใหม่ก็ต้องการรับพลังงานและสารอาหาร เพราะฉะนั้นในช่วงเช้าพืชและต้นไม้จึงพร้อมที่จะรับน้ำเข้าไปเพื่อนำไปใช้ในช่วงเวลาตลอดวัน โดยน้ำที่รดต้นไม้นั้นจะไหลลงสู่พื้นดิน ผ่านดินไปในส่วนของรากที่จะทำหน้าที่ดูดซึมน้ำเพื่อที่จะนำไปหล่อเลี้ยงส่วนของใบ ลำต้น และดอก ซึ่งน้ำเหล่านั้นจะระเหยขึ้นไปได้น้อย อีกทั้งยังการรดน้ำต้นไม้ช่วงเช้ายังทำให้น้ำมีเวลาที่จะผ่านเข้าสู่ชั้น แห้งลงไปก่อนที่จะเผชิญกับแสงแดดแรงๆในช่วงหลัง 8 – 9 โมงขึ้นไป การรดน้ำต้นไม้ช่วงเช้า 16.00 น. – 18.00 น. การรดน้ำช่วงเย็นในช่วงเวลาประมาณ สี่โมงเย็นจนถึงหกโมงเย็น จะสามารถช่วยในลดการระเหยของน้ำได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก็ควรที่จะเผื่อเวลาให้กับต้นไม้ได้แห้งและระบายน้ำลงก่อนที่จะช่วงเวลากลางคืน เพราะถ้าหากน้ำไม่สามารถแห้งได้ทัน ก็จะก่อปัญหาด้านเชื้อราตามมาและอาจจะส่งผลให้ต้นไม้เน่าเสียได้ และนี่ก็เป็นข้อควรรู้เกี่ยวกับช่วงเวลาที่รดน้ำได้ดีที่สุด ซึ่งการรดน้ำที่จะทำให้ต้นไม้ได้รับน้ำและดูดซึมได้อย่างเต็มที่มากที่สุดก็คือช่วงเวลาเช้าตรู่ที่เป็นเสมือนวันเริ่มต้นใหม่ของเหล่าพืชที่ต่างต้องการรับสารอาหารและพลังงานต่างๆเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงตัวเองในแต่ละช่วงวัน นอกเหนือจากการรดน้ำที่ถูกตามเวลาแล้ว อย่าลืมใส่ใจในการดูแลส่วนต่างๆของต้นไม่ว่าจะเป็นด้านตัวลำต้น สภาพของดินและการูแลรักษาเพื่อที่จะทำให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสวยงามและแข็งแรง    

    Comments Off on ควรรดน้ำต้นไม้ช่วงเวลาไหนดีที่สุด
  • Music

    แนวเพลงแบบไหนช่วยให้จิตใจสงบ

    ปัจจุบันนี้สังคมภายนอกล้วนแล้วแต่นำความวุ่นวายเข้ามาสู่ชีวิต จนบางคนอาจจะต้องพึ่งพาสิ่งสงบสุขใดๆ ก็แล้วแต่เพื่ออย่าให้ความวุ่นวายนั้นเข้ามารบกวนการทำงานได้ ฉะนั้นคนเหล่านั้นจึงมักจะหาวิธีการช่วยให้จิตใจสงบขึ้น โดยวิธีหนึ่งที่เป็นวิธีการช่วยให้จิตใจดีขึ้นนั่นก็คือการฟังเพลง บทเพลง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจรรโลงจิตใจให้มีความสุข ความสนุกสนาน หรือแม้แต่มอบความสงบให้กับชีวิตได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราจึงอยากแนะนำให้คุณได้รู้ว่า แนวเพลงแบบไหนบ้างที่จะช่วยให้จิตใจคุณสงบลงหลังจากที่เจอศึกหนักมามากมาย แนวเพลงแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะฟัง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยผู้ใหญ่ที่ฟังกัน นั่นก็คือ เพลงสัจธรรมในชีวิต เพลงบรรเลงเป็นบทสวดต่างๆ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงที่เป็นบทสวดของเจ้าแม่กวนอิม หรือเพลงที่ช่วยให้บรรเทาจิตใจ ดนตรีจะเบาๆ ช้าๆ เมื่อฟังไปเรื่อยๆ ก็จะรู้สึกสงบลง และรู้สึกมีความสุขตามมา บางคนอาจจะฟังเพลงแนวนี้ก่อนนอน หรือช่วงที่เจอมรสุมต่างๆ ก็สามารถที่จะทำให้จิตใจสงบลงได้รวดเร็วขึ้นนั่นเอง แนวเพลงอีกแนวหนึ่งก็อาจจะหาฟังได้ตามร้านอาหาร นั่นก็คือ Jazz แนวเพลงแจ๊สนั้นก็จะมีทำนองที่เอื่อย ช้า เช่นเดียวกัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาหลังจากเลิกงานเพื่อไปหาร้านฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายความเครียด และจะเห็นได้ว่า ร้านส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ก็จะเปิดแนวเพลงแจ๊ส เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย และช่วยบรรเทาจิตใจให้สงบขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นการฟังเพลงแจ๊ส ก็ถือว่าเป็นอีกแนวที่ช่วยให้ผู้ที่ได้ฟังนั้นรู้สึกสงบขึ้นได้ และอีกแนวเพลงหนึ่งนั้น จะเรียกว่าเป็นดนตรีบำบัดมากกว่า ส่วนใหญ่มักจะหาฟังได้จาก YouTube  แนวเพลงนี้ก็จะสบายๆ นิ่มๆ ฟังแล้วเกี่ยวกับปรัชญาชีวิต เกี่ยวกับการกำหนดลมหายใจ ฉะนั้นจะเหมาะกับการทำสมาธิ หรือฟังก่อนนอนก็ได้ บางคนฟังเพลงแนวนี้บำบัดความเครียด อันเกิดมาจากอาการไมเกรน เมื่อได้ฟังเพลงแล้วก็จะไม่คิดอะไร และจิตใจก็จะสงบสุขไปในที่สุด จากแนวเพลงทั้งสาม ที่เราได้แนะนำให้ฟังแล้วจะรู้สึกจิตใจสงบสุขขึ้นนั้น ถือว่าสามารถที่จะนำไปลองหาฟังดูได้ เพราะนอกจากจะบรรเทา บำบัดแล้ว ยังจะช่วยให้ชีวิตเจอแต่เรื่องดีๆ ด้วย เราไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากมาย เมื่อไม่คิดมาก สมองก็จะโล่ง และเพลงจะบรรเลงให้จิตใจของเราเกิดความสงบสุขตามมานั่นเอง

    Comments Off on แนวเพลงแบบไหนช่วยให้จิตใจสงบ
  • Home

    ความหมายดีๆของดอกไม้แต่ละชนิด

    สิ่งของทุกอย่างในโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีความหมายด้วยกันทั้งสิ้น บางอย่างอาจจะสร้างความหมายจากผู้ที่อยากสื่อสารด้วยคำใหม่ๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก  ไม่เว้นแม้แต่ดอกไม้แต่ละชนิดก็ย่อมที่จะมีความหมายในตัวของมันเอง ซึ่งการศึกษาความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดนั้นก็สามารถที่จะรู้ได้โดยคุณจะต้องรู้จักดอกไม้แต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร แน่นอนว่า ดอกไม้เกือบทุกชนิด ที่มีอยู่ในโลกนี้นั้น สามารถที่จะรู้ความหมายในตัวของมันได้ ซึ่งเราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักดอกไม้ที่โดดเด่นเพียง 3 ชนิด ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีความหมายในตัวมันเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหากพูดถึงดอกไม้ที่มีความหมายดี ๆ เราก็อยากจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับดอกไม้ที่ใครๆ ก็รู้จักดีแต่ไม่รู้ความหมาย ซึ่งมีด้วยกันดังต่อไปนี้ ดอกกุหลาบ ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้ทั้งปวงก็ต้องยกให้ดอกกุหลาบ แถมยังเป็นเสมือนดอกไม้แทนใจ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรักโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของความรักโดยไม่หวังผลตอบแทน รักที่มั่นคง และ การเป็นที่รัก เป็นแสงสว่างนำทางชีวิต ดอกทานตะวัน ดอกไม้แห่งความมั่นคง ความรักเดียวใจเดียว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น ใครๆ ก็อาจจะเคยได้เห็นว่าดอกทานตะวันจะหันตามแสงอาทิตย์เพื่อให้เด่นสง่า เพราะฉะนั้นหากใครให้ดอกทานตะวันกับคุณก็จะเป็นเหมือนการต้องการที่จะอยากเป็นเจ้าของ และอยากได้คุณเพียงคนเดียวนั่นเอง ดอกกล้วยไม้ บางคนอาจจะคิดว่า ดอกกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของความชรา ที่เมื่อถึงฝั่งก็ตายจาก แต่ความจริงแล้ว ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความรักที่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และอาจจะรวมไปถึงความรักอันแสนประเสริฐไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือคนรักที่อยู่ด้วยกันอย่างยืนนาน แต่อีกนัยหนึ่ง ซึ่งเทียบกับภาษาดอกไม้ที่เปรียบเสมือนการบอกรักว่า ฉันรักเธอ จนไม่อาจจะเหลียวมองใครได้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นในรักเพียงคนเดียว ดอกทิวลิป แสดงให้เห็นถึงอาการรักแรกพบ แต่ถ้าหากได้รักใครแล้วก็จะรักปักใจ ไม่อยากจะรักใครอีกต่อไปแล้ว เปรียบเสมือนความรักเดียวใจเดียว หากคุณจะให้ดอกทิวลิปแก่ใคร ก็จะหมายถึงคุณจะรักเขาคนนั้นคนเดียว ดอกคาร์เนชั่น ดอกไม้ที่แสดงถึงความอ่อนโยน ความรักที่ไม่ต้องการผลตอบแทน ถ้าหากได้รักใครแล้วก็จะรักษาให้ดีที่สุด ถือเป็นอีกดอกไม้ที่มีความหมายลึกซึ้งเป็นอย่างมาก จากความหมายดีๆ ของดอกไม้ทั้ง 5 ชนิดนั้น ถือว่าล้วนแล้วแต่ให้ความหมายในเรื่องของความรักทั้งนั้น และยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเอาใจใส่ เพราะหากใครให้ดอกไม้ก็จะเท่ากับว่าให้ใจคนนั้นไปด้วย

    Comments Off on ความหมายดีๆของดอกไม้แต่ละชนิด
  • Home,  Music

    เครื่องเสียงลำโพงในบ้านน่าใช้

    มีหนึ่งอุปกรณ์สมัยใหม่ที่ช่วยสร้างความบันเทิงให้กับคนรุ่นใหม่ นั่นก็คือ “เครื่องเสียงลำโพง”นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเครื่องเสียงลำโพงนั้นได้พัฒนาออกแบบมาให้มีหลากหลายขนาด หลากหลายรูปแบบตามการใช้งานที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ที่รักในการชมภาพยนตร์หรือรักในการฟังเพลงได้ฟังตามแบบที่ต้องการได้อย่างเหมาะสม แต่โดยปกติถ้าเราต้องการมีเครื่องเสียงลำโพงไว้ใช้ในบ้านละ เราควรจะเลือกซื้อแบบไหนให้เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณที่เรามี นั้นมาดูตัวเลือกที่จะช่วยคุณตัดสินใจกันเลย สำหรับเครื่องเสียงลำโพงที่เหมาะกับการใช้งานในบ้านมี3แบบ นั่นก็คือ Mono (1 channel ) ก็คืออย่างเช่นวิทยุที่มี ลำโพงเดียว เป็นต้น  หลักการของ Mono คือส่งสัญญาณเสียงออกมาที่ ลำโพงตัวหลัง และตัวเดียว โดยที่ Mono นี้ เราไม่สามารถบอกได้ว่า เสียงนี้มาจากตำแหน่งไหน และมาจากที่ใด นั่นก็คือไม่มีมโนภาพของเสียงนั่นเอง ดังนั้นเครื่องเสียงลำโพงชนิดนี้ถือเป็นตัวที่เล็กหรือเบสิคที่สุดสำหรับการใช้ในบ้าน ซึ่งจะเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณน้อยการซื้อเครื่องเสียง หรือผู้ที่ต้องการมีไว้ฟังเพลงในห้องเพียงเท่านั้น โดยไม่ได้มีความรู้สึกอินหรือคลั่งไคล้ในเพลงที่ต้องใช้คุณภาพเสียงที่ดีมากนัก Stereo (2 channel ) เครื่องเสียงลำโพงชนิดนี้จะมีลำโพง2-3ตัว โดยเสียงแบบ Stereo นี้จะมีความแตกต่างจาก Mono มากพอสมควรโดยในการจัดวาง ลำโพง นั้นจะต้องจัดวาง ลำโพง ทั้ง 2 ตัว โดยที่ตัวหนึ่งอยู่ทางซ้าย และอีกตัวหนึ่งอยู่ทางขวาของผู้ฟัง โดยเสียงแบบ Stereo นี้เราจะสามารถบอกสถานที่ของตำแหน่งของเสียงได้ ซึ่งต่างจาก ลำโพง  แบบ Mono แน่นอนว่าเครื่องเสียงลำโพงชนิดนี้จะดีว่าและให้อรรถรสในการฟังเสียงมากกว่าแบบmonoมาก ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ชอบคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง มีงบประมาณพอสมควรและมีบ้านที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไปหรือถ้าเป็นคอนโดก็ห้องที่มีขนาดปานกลางขึ้นไป Speaker 1 channel สำหรับเครื่องเสียงลำโพงแบบนี้เป็น จะเป็นการพัฒนามาจาก ลำโพง แบบ 2 แชนแนล คือจะมีการเพิ่มลำโพงซับวูเฟอร์เข้ามาอีกตัว ซึ่งสามารถเพิ่มพลังเสียงเบสขึ้นมา ทำให้มีเสียงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ลำโพง แบบนี้เป็น ลำโพงที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็น เป็นลำโพงที่สามารถติดตั้งได้ง่าย มีราคาไม่สูงมากนัก และสามารถให้เสียงที่ดีได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงหรือดูหนังให้ได้อรรถรสมาก เครื่องเสียงลำโพงชนิดนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้มากที่สุด คุ้มค่าที่จะลงทุนเอาไว้ในบ้านมากที่สุด โดยเฉพาะการติดไว้ในห้องนั่งเล่นหรือห้องดูหนังในบ้านถือว่าเหมาะมาก และนี่ก็คือชนิดของเครื่องเสียงลำโพงที่เหมาะสมสำหรับการมีไว้ใช้ในบ้านมากที่สุด  สำหรับเครื่องเสียงระดับที่ใหญ่และดีกว่านี้คงจะเหมาะสมกับโรงภาพยนตร์หรือสถานที่จัดแสดงConcertมากกว่า สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถเลือกเครื่องเสียงลำโพงได้เหมาะสมตามความต้องการเพื่อเพิ่มความสุขในเวลาว่างของคุณนะคะ

    Comments Off on เครื่องเสียงลำโพงในบ้านน่าใช้
  • Home

    ห้องที่แพงที่สุดในบ้านของคุณ

    บ้านถือเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะทำงานมาเหนื่อยแค่ไหน แต่พอถึงบ้านปุ๊บได้ผ่อนคลายในห้องโปรด ความเหนื่อยก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีห้องโปรดต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือห้องเหล่านั้นล้วนเป็นห้องที่มีค่าตกแต่งแพงที่สุด เพราะเป็นห้องที่ลงทุนกับมันมากที่สุดเพื่อให้ตรงใจนั่นเอง แน่นอนว่าห้องที่แพงที่สุดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะความชอบคนเรานั้นต่างกัน วันนี้เลยอยากจะมาวิเคราะห์เล่นๆ ว่ามีห้องไหนที่อาจจะเป็นห้องที่แพงที่สุดในบ้านของคุณบ้าง ห้องนอน แน่นอนว่ากว่า 80% ห้องนอนนั้นไม่ใช่ห้องที่หรูที่สุด แต่เป็นห้องที่แพงที่สุดเนื่องจากค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้นั้นจะต้องเป็นของที่ดีที่สุดเพื่อการพักผ่อนหลับนอนนั่นเอง บางคนสั่งเตียงมาราคาหลายหมื่นเพื่อการพักผ่อนที่เพียงพอและสบายตัว ซึ่งนอกจากเตียงแล้ว บรรยากาศก็มีส่วนสำคัญ บางท่านทำฝ้าติดไฟหลุมแบบปรับลดระดับแสงได้ นั่นก็ราคาไม่ใช่น้อยๆ เลยล่ะ ซึ่งเชื่อว่าห้องนอนส่วนใหญ่ของใครหลายคนติดเครื่องปรับอากาศ สนนราคาแล้วห้องนอนจึงเป็นห้องที่แพงที่สุดนั่นเอง ห้องครัว สำหรับท่านที่ชอบทาน แน่นอนว่าครัวจะต้องฟลูออฟชั่น มีสารพัดสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องของการทำกับข้าวหรือทำขนม บางท่านนั้นมีเตาอบขนาดใหญ่ไม่แพ้ร้านเค้ก ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์บิ้วต์อิน เมื่อนำมาคิดรวมกันแล้ว อาจจะมีราคาแพงเฉียดแสนเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะกับคนที่รักการทำครัวเป็นชีวิตจิตใจ คงลงทุนไปกับห้องนี้มากกว่าห้องอื่นๆ ห้องโฮมเธียเตอร์ สำหรับบางบ้านนั้นชอบดูหนังเป็นกิจกรรมยามว่าง จึงสร้างสรรค์ห้องโฮมเธียเตอร์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการผ่อนคลายยามว่าง ซึ่งห้องนี้คล้ายๆ กับการจำลองโรงหนังมาไว้ที่บ้าน ดังนั้นจึงต้องมีการลงทุนในเรื่องของการตกแต่ง บางท่านอยากให้อินกับบรรยากาศอาจจะเลือกซื้อเก้าอี้กึ่งนอนแบบในโรงหนังมาใช้ และชุมโฮมเธียเตอร์นั้นก็เลือกแบบฟูลสุดๆ เหมือนย่อโรงหนังมาไว้ที่บ้านยังไงอย่างงั้น เลยทำให้ห้องนี้เป็นห้องที่แพงที่สุดในบ้านนั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น ทุกห้องทุกส่วนในบ้านล้วนแพงได้หมด ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลว่าอยากตกแต่งห้องไหนมากเป็นพิเศษ บางคนอาจจะชอบใช้เวลาในห้องน้ำ เลยแต่งห้องน้ำแบบหรูหรายิ่งกว่าโรงแรมห้าดาว แต่ในห้องนอนกลับเรียบง่ายไม่หวือหวา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบ หรือบางท่านรวยมากๆ ก็อาจจะทำให้ทุกห้องแพงเหมือนกันหมดก็ย่อมเกิดขึ้นได้เช่นกัน

    Comments Off on ห้องที่แพงที่สุดในบ้านของคุณ
  • Home

    วิธีดูแลบ้านเช่า

    เมื่อมีการลงทุนทำธุรกิจในเรื่องการปล่อยให้เช่าบ้าน  การดูแลบ้านเช่าจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แน่นอน หากเป็นบ้านที่คุณอยู่อาศัยเอง  ก็คงไม่ต้องกังวลใจเช่นนี้ เพราะบ้านเป็นของเราเอง  เราอยู่เอง เราก็ต้องรักษาเอง  แต่สำหรับบ้านเช่าแล้ว ผู้เช่าจะคิดเช่นนี้หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ให้เช่าจะคาดหวังได้  แต่สิ่งที่เจ้าของบ้านผู้ให้เช่าสามารถกระทำได้คือ การดูแลบ้านเช่า  ซึ่งหลักการดูแลบ้านเช่านั้นก็ไม่ต่างจากการดูแลบ้านที่คุณอยู่อาศัยเอง  โดยการที่จะให้บ้านดูสวยสดใสน่าอยู่น่าเช่านั้น ก็ต้องเริ่มต้นจากการดูแลเรื่องความโครงสร้างของบ้านที่ต้องได้มาตรฐาน  เมื่อยุคนี้เข้าสู้ยุคของการลงทุน  ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์จึงถือกำหนดขึ้น และมีอัตราการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ  จากเดิมที่มีการแข่งขันเฉพาะในกรุงเทพเมื่อหลวงของประเทศไทย  แต่ขณะนี้ได้เริ่มกระจายการลงทุนในลักษณะนี้ออกไปยังต่างจังหวัดในหัวเมืองเช่น เชียงใหม่  ขอนแก่น นครราชสีมา และในจังหวัดแถบปริมณฑล  ซึ่งการลงทุนในลักษณะการให้เช่า  เริ่มพัฒนารูปแบบจากคอนโดห้องเล็กๆ มาเป็นบ้านเช่าที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าและหาลูกค้าได้ไม่ยากเช่นคอนโด หลังคา ฝา เพดาน ผนังของตัวบ้าน ขอบประตู ขอบหน้าต่าง  สิ่งเหล่านี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดรอยรั่ว  เพราะเมื่อมีฝนตกลงมา อาจทำให้เกิดน้ำรั่วซึมเข้ามาในตัวบ้านได้ และจะทำให้เฟอร์นิเจอร์  ของใช้ในบ้านเกิดความเสียหายจากน้ำ  และที่สำคัญผู้เช่าก็จะเกิดความรำคาญใจได้  นอกจากรอยรั่วแล้ว การดูแลบ้านเช่าในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเช่าก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะคุณจะเลือกซื้อหาแต่เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสวยงามเพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่การเลือกที่ดีนัก เพราะคุณต้องห้ามลืมข้อสำคัญว่า  บ้านหลังนี้คือ  บ้านเช่า ไม่ใช่บ้านที่คุณอยู่อาศัย ดังนั้น เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ไม่จำต้องสวย หรูหรา อลังการมากนัก เมื่อมีการย้ายเข้าก็ต้องมีการย้ายออก  ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ผู้เช่าได้ย้ายออก   เจ้าของบ้านเช่า ควรที่จะเข้าไปตรวจสอบจุดที่ต้องซ่อมแซมบ้าน สำรวจการรั่วซึม  สำรวจจุดที่อาจถูกปลวก มด มอด รุกราน  และทำการแก้ไขเสีย  และหากผนังบ้านภายใน ภายนอกเริ่มมีสีซีด เป็นคราบ เป็นรอยที่ดูค่อนข้างมาก ก็ควรดำเนินการทาสีให้สวยสดใสเหมือนเดิมเสียเพื่อให้บ้านเช่านั้น น่าอยู่น่าเช่า แค่เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปร่างลักษณะกลางๆ เรียบๆ แต่เน้นที่ความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานได้ เพราะคุณไม่สามารถทราบได้เลยว่า ผู้เช่าของคุณจะรักษาของเช่นที่คุณรักษาหรือไม่  การดูแลบ้านเช่า ประการต่อมา คือ การซ่อมแซมหลังจากที่ผู้เช่าย้ายออก

    Comments Off on วิธีดูแลบ้านเช่า